การบำบัดมะเร็งต้องใช้หลากหลายวิธีประกอบกัน:อาหาร

การบำบัด “มะเร็ง” ต้องใช้หลายวิธีประกอบกัน
.
นอกจากการบำบัดมะเร็งหลักๆ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแล้วผู้ป่วยควรมีการดูแลตัวเองในทุกๆ ด้านเพื่อผลลัพธ์การรักษาที่ดียิ่งขึ้น หวังผลได้มากยิ่งขึ้น ดังนั้นผู้ป่วยต้องใส่ใจร่างกายดังนี้…
.
 ตอนที่1: ด้านอาหาร

เมื่อกินอาหารได้น้อย ให้พยายามกินในจำนวนมื้อที่บ่อยขึ้น กินครั้งน้อยๆแต่บ่อยๆ กินอาหารทุกชนิดที่กินได้ ไม่ต้องห่วงเรื่องโรคไขมันในเลือดสูงแต่ยังต้องจำกัดอาหารหวาน และอาหารเค็ม เพราะมีผลต่อน้ำตาลในเลือด และการทำงานของไต

ให้กำลังใจตนเอง เข้าใจว่า อาหารเป็นตัวยาสำคัญยิ่งตัวยาหนึ่ง ของการรักษาโรคมะเร็ง ลองปรับเปลี่ยน ประเภทอาหารให้กินได้ง่ายขึ้น เช่น อาหารอ่อน อาหารเหลว (ประเภทอาหารทางการแพทย์) แต่ควรหลีกเลี่ยงอาหารทอด หรือผัด หรือมีกลิ่นรุนแรง เพราะมักกระตุ้นให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน

ปรับเปลี่ยนที่กินอาหารในบ้าน ไม่กินแต่ในห้อง อาจนั่งกินที่ระเบียง ให้มีบรรยากาศที่ดี ปลอดกลิ่น อากาศถ่ายเทได้ดี มีแสงแดดพอควร มองเห็นต้นไม้ ดอกไม้ กระตุ้นให้เกิดความรู้สึกที่ดี

เตรียมอาหารครั้งละน้อยๆ อย่าให้กินเหลือ เพราะจะได้เกิดกำลังใจว่ากินหมดทุกมื้อ ถ้วย ชาม แก้วน้ำ ปรับให้ดูสะอาด สวยงาม จะรู้สึกอยากอาหารเพิ่ม ขึ้น บางท่านแนะนำไม่ให้ใช้ภาชนะสังกะสี หรือโลหะ เพราะจะทำให้รู้สึกคลื่นไส้ แนะนำให้ใช้เป็นกระเบื้อง หรือ เซรามิค ซึ่งอาจลองทำตามดู เพราะไม่เสียหายอะไร

ควรแจ้งแพทย์ พยาบาลเมื่อกินไม่ได้ หรือกินได้น้อย และควรยอมรับ เมื่อแพทย์แนะนำการให้อาหารทางสายให้อาหาร อาจผ่านทางจมูก หรือทางช่องท้อง เพราะเป็นการให้เพียงชั่วคราว ในช่วงที่มีปัญหาจากการกินทางปาก เพื่อให้ร่างกายได้อาหารอย่างพอเพียง เพื่อให้การรักษาดำเนินไปได้ตามแผนการรักษา เพื่อผลการรักษาที่มีประสิทธิภาพ

ช่วงของการอาหารมีประโยชน์ 5 หมู่เป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอาหารโปรตีน (เช่น เนื้อ นม ไข่ ปลา ตับ) เพราะในการรักษาโรคมะเร็ง ความแข็งแรงของไขกระดูก (เม็ดเลือดต่างๆ) เป็นเรื่องสำคัญที่สุด เพราะเป็นตัวช่วยให้ร่างกายตอบสนองที่ดีต่อรังสีรักษา และยาเคมีบำ บัด รวมทั้งช่วยลดโอกาสติดเชื้อ ซึ่งการติดเชื้อในขณะกำลังรักษาโรคมะเร็งมักเป็นการติดเชื้อที่รุนแรง (ขอบคุณที่มา : http://haamor.com/)

——————————————————————
VIVA โภชนบำบัดสำหรับทานคู่กับการรักษาของแพทย์
 viva enzyme
1. ย่อยสลายเยื่อหุ้มเซลล์มะเร็ง : เซลล์มะเร็งจะไวต่อเอนไซม์โปรตีเอสมาก
เอนไซม์จะย่อยและทำลายเปลือกหุ้มเซลล์มะเร็งทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายสามารถเข้าถึงและกำจัดเซลล์มะเร็งได้ การที่เปลือกหุ้มเซลล์มะเร็งถูกทำลายจนเสื่อมคุณภาพทำให้เซลล์มะเร็งลดความสามารถที่จะกระจายออกไป ไม่อาจลามไปเกาะติดกับอวัยวะอื่นๆ ที่ยังดีอยู่ เพราะผิวมะเร็งเสื่อมความสามารถ การกระจายของมะเร็งจึงอาจชะลอลงได้

.

2. ปกป้องเซลล์ปกติ : การรักษาโรคมะเร็งไม่ว่าจะเป็นวิธีการผ่าตัด เคมีบำบัด หรือรังสีบำบัด นอกจากจะทำลายเซลล์มะเร็งแล้ว ยังทำลายเซลล์ปกติและภูมิคุ้มกันอีกด้วย เป็นผลให้ร่างกายอ่อนแอลง เกิดภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ รวมถึงการแพร่กระจายของมะเร็งไปยังส่วนอื่นๆ ก็เกิดขึ้นได้สูง เอนไซม์จะทำหน้าที่ปกป้องเซลล์ดีไม่ให้ถูกทำลายจากกระบวนการรักษาดังกล่าว เพราะเอนไซม์มีหน้าที่สร้างเกราะป้องกันให้แก่เซลล์ปกตินั่นเอง จึงช่วยลดผลกระทบจากการรักษาได้ดี

.


3. เพิ่มสารอาหารให้แก่เซลล์ : ปัญหาใหญ่ที่ผู้ป่วยต้องเผชิญคือ ภาวะทานอาหารไม่ค่อยได้ ทานได้น้อยมาก จนร่างกายได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ในขณะที่ร่างกายนั้นกำลังต้องการสารอาหารปริมาณมากเพื่อนำมาใช้ในการฟื้นฟูร่างกายที่กำลังป่วย เมื่อเป็นแบบนี้การฟื้นฟูก็จะยิ่งช้า ร่างกายจะทรุดลงเรื่อยๆ
 
ดังนั้น VIVA จึงต้องผสมผสานทั้งเอนไซม์และธัญพืชต่างๆ เข้าไปด้วย (จมูกข้าว งาดำ รำข้าวกล้อง) เพราะธัญพืชเหล่านี้คือสุดยอดแหล่งคุณค่าสารอาหารที่จะช่วยร่างกายได้ดีที่สุดในยามคับขัน โดยมีเอนไซม์จากพืช 20 ชนิด เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาการดูดซึมเข้าสู่เซลล์ ผลลัพธ์คือ เซลล์ทุกเซลล์ได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอ การฟื้นตัวของผู้ป่วยจึงเร็วขึ้น
 
การสังเกตุที่ชัดเจนมากคือ ผู้ป่วยจะรู้สึกสดชื่น กระชุ่มกระชวย ทานอาหารได้มากขึ้น ตั้งแต่วันแรกที่รับประทาน (ตามปริมาณที่แนะนำนะคะ^^)ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์คลิก http://www.beherbshop.com