การป้องกันมะเร็งที่ต้นเหตุขั้นที่ 3 : เพิ่มพลังให้กับระบบป้องกันในร่างกาย (ตอนจบ)

10669202_337229773126281_9109624612116499472_o

การป้องกันมะเร็งที่ต้นเหตุขั้นที่ 3 : เพิ่มพลังให้กับระบบป้องกันในร่างกาย (ตอนจบ)

ในขั้นที่ 1 และ 2 จากที่ได้กล่าวมาแล้ว เราให้น้ำหนักกับการลดปริมาณ oxidative stress ในร่างกายเพื่อให้สามารถรับมือและเพื่อเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระที่เพียงพอเพื่อป้องกันการก่อการร้ายที่จะเกิดขึ้นกับ DNA ส่วนในข้อที่ 3 นี้ เราจะมุ่งเน้นไปที่ระบบซ่อมแซมของร่างกายที่น่ามหัศจรรย์เพราะเมื่อมันจับคู่กับสารอาหารที่เพียงพอแล้ว มันจะทำทำให้เซลล์สามารถซ่อมแวฒส่วนที่ถูกทำลายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การเจริญเติบโตของมะเร็งในช่วงเริ่มแรกทำให้เราได้เรียนรู้การใช้สารต้านอนุมูลอิสระเป็นการป้องกันโรคที่ต้นเหตุ มันเป็นเรื่องยากในการที่จะติดตามก้อนเนื้อเหล่านี้ภายในร่างกาย แต่ก็มีเหมือนกันที่การศึกษาหลายชิ้น ได้ติดตามก้อนเนื้อร้ายเหล่านี้ที่พบบริเวณส่วนที่เห็นได้ชัดของร่างกาย การศึกษานี้ให้ความสำคัญกับโรค leukoplakia ซึ่งเป็นก้อนเนื้อร้ายที่พบในปากของผู้เคี้ยวยาสูบ และโรคเนื้องอกที่คอมดลูก

พวกเราหวังที่จะได้รับความรู้ความเข้าใจของผลลัพธ์ที่เป็นไปได้จากการใช้สารต้านอนุมูลอิสระประเภทต่างๆ กับเนื้อร้ายเหล่านั้น อย่าลืมนะครับว่ามะเร็งเป็นกระบวนการที่ซับซ้อน มีหลายระดับและเนื้อร้ายถือเป็นพัฒนาการของโรคนี้ ขั้นต่อไปคือกระบวนการของการพัฒนาของมะเร็งที่แท้จริง คุณอาจจะคิดว่าการศึกษาในเรื่องนี้มีผลอย่างไรกับการป้องกันและการรักษาโรค leukoplakia งานศึกษาหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่าผู้เคี้ยวยาสูบเหล่านี้มีระดับสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกายที่ต่ำ ดังนั้น ผู้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงที่สุดจึงมีความเสี่ยงที่ต่ำที่สุดต่อการเป็นโรคดังกล่าว

ดร. แฮรินเดอร์ แกเวล ได้เขียนบทความเรื่องผลที่ได้รับจากสารต้านอนุมูลอิสระว่ามันมิได้เพียงป้องกันมะเร็งที่ช่องปากแต่เพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถป้องกันโรค leukoplakia ได้อีกด้วย บทความนี้เป็นหัวใจขงการป้องกันมะเร็งที่ต้นเหตุในขั้นที่ 3 การค้นพบของเขาได้ให้ความหวังว่านอกจากสาต้านอนุมูลอิสระจะสามารถหยุดกระบวนการก่อตัวเป็นมะเร็งแล้วมันยังให้พลังกับร่างกายในการซ่อมแซมเซลล์ที่เสียหาย ผมได้ยกตัวอย่างการทดสอบจากตารางที่ดร. แฮริเดอร์ได้ทำการศึกษา

รายการด้านล่างเกี่ยวข้องกับการใช้อาหารเสริมนผู้ป่วยที่ถูกวินิจฉัยผู้ป่วยที่มีก้อนเนื้อเนื่อก่อนการพัฒนาเป็นเนื้อร้าย
1. การศึกษาในอินเดียได้ใช้วิตามินเอและเบต้า-แคโรทีน นักวิจัยได้สังเกตุการพัฒนาของโรค leukoplakia กับกลุ่มนี้พบว่า สามารถหน่วงการเกิดโรคได้มากกว่ากลุ่มที่ไม่กินเป็นอัตรา 10 เท่า

2. มีการศึกษานำร่องด้วยการใช้เบต้า – แคโรทีน ซึ่งผลออกมาพบว่าเซลล์ที่เป็ฯโรค leukoplakia สามารถกลับคืนเป็นเซลล์ปกติได้ 7%

3. การศึกษาแบบต่อเนื่องในสหรัฐฯ พบว่า ผู้ที่ได้รับเบต้า – แคโรทีน วิตามินซี วิตามินอี ดีขึ้น 60% เซลล์ที่มีโอกาศพัฒนาเป็นเซลล์มะเร็งได้รับการพัฒนาจนกลับเป็นเซลล์ปกติ

4. การศึกษาแบบต่อเนื่องในสหรัฐฯ ผู้ป่วยที่ได้รับแต่เพียงเบต้า – แคโรทีนมีอาการดีขึ้น 60%

5. มีการทดสอบกับหนูแฮมเตอร์ตัวผู้ เรื่องของมะเร็งในช่องปากซึ่งมีการใช้เบต้า – แคโรทีน วิตามินอี กลูต้าไธโอน และ วิตามินซี มีพัฒนาการที่เห็นได้ชัดเจนในแต่ละกลุ่ม โดยกลุ่มที่ได้รับสารต้านอนุมูลอิสระแบบผสมผสานได้ผลดีที่สุด นี่ไม่ใช่เป็นผลลัพธ์จากการใช้สารต้านอนูมูลอิสระในปริมาณมาก แต่เป็นผลลัพธ์จากผลสำเร็จของการที่สารอาหารทำงานร่วมกัน

การเจริญเติบโตที่ผิดปกติของเซลล์บริเวณคอมดลูกถือเป็นเนื้องอกที่มีโอกาศพัฒนาไปสู่มะเร้งซึ่งปรากฏอยู่ที่รอบนอกของร่างกาย มีการศึกษาหลายชินที่แสดงให้เห็นว่าระดับของเบต้า – แคโรทีนและวิตามินซีที่ต่ำกว่าปกติมีผลทำให้เป็นโรคเนื้อเยื่อผิดปกติบริเวณคอมดลูก ความจริงแล้วผู้หญิงที่มีระดับเบต้า – แคโรทีนที่ต่ำที่สุดมีโอกาศที่จะเป็นโรคดังกล่าวได้มากกว่าผู้หญิงที่มีเบต้า – แคโรทีนสูงที่สุดประมาณ 2-3 เท่า ผู้หญิงที่บริโภควิตามินซีน้อยกว่า 30 มิลลิกรัมต่อวันมีโอกาสเป็นโรคเน้อเยี่อผิดปกติบริเวณคอมดลูกมากกว่าผู้ที่ได้รับวิตามินซีมากกว่าถึง 10 เท่า การศึกษาทางด้านระบบประสาทวิทยาได้แสดงให้เห็นว่า การขาดสารอาหารที่จำเป็นอย่างเช่น วิตามินเอ วิตามินอี วิตามินซี และเบต้า – แคโรทีนทำให้มีโอกาสเป็นโรคมะเร็งปากมดลูกได้

แม้ว่าวิทยาศาสตร์การแพทย์จะพยายามค้นหากระสุนวิเศษในรูปสารอาหารซึ่งเหมาะกับมมะเร็งแต่ละประเภท ผมพยายามกำหนดกฏเกณฑ์ซึ่งจะเอื้ออำยวนประโยชน์ให้กับคนไข้มากที่สุด หลังจากได้ทำการวิจัยตามท่ได้เกริ่นมานั้น ผมไม่มีข้อสงสัยเลยว่า ทำไมสารต้านอุมูลอิสระเหล่านี้สามารถทำงานร่าวมกัยจนบรรลุเป้าหมาย ความจริงนี้หมายความว่าเราไม่ได้ต้องการเพียงการผสมผสานของสารต้านอนุมูลอิสระที่แตกต่างกัน แต่เรายังต้องการแร่ธาตุต่างๆ อาทิ แมงกานิส สังกะสี ซีลิเนียม หรือทองแดง อีกทั้งวิตามินบีต่างๆ เพื่อช่วยสนับสนุนหน้าที่การทำงานของเอนไซม์

ที่มา : หนังสือ WHAT YOUR DOCTOR DOESN’T KNOW ABOUT NUTRITIONAL MEDICINE MAY BE KILLING YOU โดย Ray D.Strand, M.D.