ผลของการศึกษาที่สำคัญเกี่ยวกับการใช้เอนไซม์บำบัด:มะเร็ง

ผลของการศึกษาที่สำคัญเกี่ยวกับการใช้เอนไซม์บำบัด:มะเร็ง

เอนไซม์กับโรคมะเร็ง : ในค.ศ. 1911 (พ.ศ. 2454) ดร. John Beard ได้รายงานไว้ในวารสารการแพทย์ของประเทศอังกฤษ เรื่องผลสำเร็จของการใช้เอนไซม์รักษาโรค

shutterstock_78788275มะเร็งในมนุษย์ อีกประมาณ 80 ปีต่อมาคือ ในค.ศ. 1987 ดร. Gonzalez จากรัฐนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา ได้ทำการรักษาคนไข้ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งโดยใช้เอนไซม์บำบัด ดร. Gonzalez ได้ทำรายงานถึงผลสำเร็จของการรักษา ซึ่งสถาบันมะเร็งแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (National Cancer Institute) ได้เชิญให้เสนอผลงาน ในที่ประชุม ดร. Gonzalez ได้สรุปผลการรักษาคนไข้ผู้หญิงรายหนึ่งซึ่งเป็นมะเร็งเต้านมและมะเร็งได้กระจายไปยังสมองและตับ คนไข้ผู้นี้ได้รับการรักษาโดยใช้เอนไซม์เป็นหลัก ปรากฏว่ามะเร็งหายไป นอกจากนั้น ดร. Gonzalez ยังได้รายงานการรักษาคนไข้อีกหลายรายที่เป็นมะเร็งระยะสุดท้าย และกล่าวด้วยว่าทุกคนอาหารดีขึ้น มะเร็งลดความรุนแรงลง หลังการเสนอรายงานครั้งนี้ สถาบันมะเร็งแห่งชาติได้มอบเงินทุนวิจัย 1.4 ล้านเหรียญสหรัฐแก่ ดร. Gonzalez เพื่อศึกษาและค้นคว้าการใช้เอนไซม์รักษาโรคมะเร็งในเชิงวิจัยเปรียบเทียบตามหลักทางสถิติต่อไป :: เรื่องทั้งหมดนี้ ลงในบทความของหนังสือพิมพ์วอชิงตันไทม์ (The Washington Times) ฉบับ วันที่ 8 เมษายน ค.ศ. 2001 (พ.ศ. 2544)

เอนไซม์กับมะเร็งต่อลูกหมาก : มะเร็งก็เหมือนกับโรคทั้งหลาย คือ มีพื้นฐานการเกิดโรคมาจากความบกพร่องของเอนไซม์ในร่างกายคือมีระดับต่ำมากกว่าปกติ (Low Enzyme Level) ดังนั้นการกินเอนไซม์เพิ่มขึ้นจึงครจะปกป้องการเกิดมะเร็งได้ในระดับหนึ่ง คณะแพทย์จากมหาวิทยาลัย John Hopkins University ได้ค้นคว้าและรายงานในปี ค.ศ. 1994 ว่ามะเร็งต่อมลูกหมาก (ซึ่งเป็นโรคมะเร็งที่พบสูงมากในผู้ชายวัยกลางคน) เกิดขึ้นเพราะมีเอนไซม์ชนิดหนึ่งในร่างกายบกพร่อง เอนไซม์ชนิดนี้มีมากในผัก เช่น บรอคโคลี่ และกะหล่ำปลี , มีผู้เชื่ยวชาญเรื่องมะเร็งประมาณว่า มนุษย์มีเซลล์ที่พร้อมจะก่อมะเร็งประมาณ 10,000 ตัว กระจัดกระจายอยู่ภายในร่างกายตลอดเวลา ถ้าระบบภูมิต้านทานของเราปกติดี มีเอนไซมืพอเพียง ไม่บกพร่อง ร่างกายก็สามารถทำลายหรือควบคุมเซลล์มะเร็งเหล่านี้ก่อนที่มันจะเกาะติดอวัยวะที่อ่อนแอได้ทันท่วงที แต่ถ้าภูมิต้านทานไม่ดี ร่างกายไม่มีเอนไซม์มากพอ เช่น เมื่อชราภาพ หรือกินอาหารต้นสุก กินน้ำตาลมาก เซลล์มะเร็งที่เร่ร่อนเหล่านี้ก็จะฉวยโอกาสเกาะติดและเติบโตกลายเป็นเซลล์มะเร็งของอวัยวะนั้นๆ ต่อไป (จาก The Herald News “Cancer and Tumor” 1995) มะเร็งจึงเกิดได้ง่ายในผู้สูงอายุ เพราะเอนไซม์ผลิตได้น้อยกกว่าวัยหนุ่มสาว อาจน้อยว่าถึง 30 เท่า ระบบภูมิต้านทานก็ไม่ดี เพราะการย่อยอาหารไม่สมบูรณ์ สารอาหารที่ได้ก็เลยไม่พอเพียงที่จะทำให้ระบบภูมิต้านทานแข็งแรง และนี่เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมมะเร็งจึงเป็นโรคของผู้สูบอายุเท่านั้น