แนวทางการรักษามะเร็งด้วยตนเอง

แนวทางการรักษามะเร็งด้วยตนเอง

183851409

เมื่อตรวจพบว่าในร่างกายมีเซลล์มะเร็งเกิดขึ้นแล้ว ไม่ว่าอยู่ที่อวัยวะไหนหรือระยะที่เท่าไหร่ก็ล้วนแต่สร้างความวิตกกังวลอย่างมหาศาลให้แก่ผู้ป่วยทั้งสิ้น กระบวนการรักษาโรคมะเร็งในปัจจุบันมีความก้าวหน้าและหลากหลาย เพิ่มโอกาสรอดให้แก่ผู้ป่วยได้มากขึ้น แต่เหนือสิ่งอื่นใดปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ผู้ป่วยสามารถรอดพ้นจากโรคมะเร็งแบบหายขาดได้เลยนั้นย่อมหนีไม่พ้นการรักษามะเร็งด้วยตนเอง คือการดูแลตนเองในด้านต่างๆ นอกเหนือจากการรักษาของแพทย์ เพื่อเป็นการช่วยรักษาโรคมะเร็งอีกทางหนึ่ง

ลดปัจจัยเสี่ยง : วิธีแรกสุดที่ควรปฏิบัตทันทีในการรักษามะเร็งด้วยตนเองคือการกำจัดปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งออกไปจากชีวิตประจำวันให้ได้ เพราะหากเราต้องเผชิญกับสิ่งเหล่านี้อย่างต่อเนื่องเซลล์มะเร็งก็จะได้รับบการกระตุ้นอยู่ตลอดเวลาโอกาสที่จะหายขาดนั้นจะน้อยลงไปมากทีเดียว

– หากร่างกายยังรับเอาสิ่งกระตุ้มการเกิดมะเร็งอยู่ทุกวัน การรักษามะเร็งด้วยตนเองหรือด้วยแพทย์ก็อาจไม่ได้ผล หยุดสูบบุหรี่และรับควันบุหรี่ ผู้ที่สูบบุหรี่หรือได้รับควันบุหรี่จะมีปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระเพิ่มขึ้นในร่างกายอย่างมาก ควันบุรี่จัดเป็นสารก่อมะเร็งที่ร้ายกาจมาก ควรพยายามทุกวิถีทางเพื่อให้ตัวเองห่างไกลจากควันบุหรี่จะช่วยในการรักษามะเร็งได้มากเลยทีเดียว

– เลี่ยงแสงแดดให้มากที่สุด UVA และ UVB ในแสงอาทิตย์เป็นสารก่อมะเร็งที่รู้จักกันเป็นอย่างดี แต่ในบ้านเราแสงแดดแรงจัดหากต้องใช้ชีวิตกลางแจ้งควรทาครีมกันแดดจนเป็นกิจวัตรถือ

– ต้องลดการบริโภคไขมันอิ่มตัว การบริโภคอาหารที่มีไขมันเกินความจำเป็นจะก่อให้เกิด oxidative stress โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระในอาหารมีไม่เพียงพอ จัดการกับวิถีการบริโภคให้เหมาะสมด้วยการกินผัก ผลไม้ 7 มื้อ และไฟเบอร์มากกว่า 35 กรัมต่อวัน

– หมั่นดูแลสิ่งแวดล้อมที่บ้าน พยายามเลือกกิจกรรมที่ทำให้คุณลดความเสี่ยงต่อการสัมผัสกับสารก่อมะเร็งทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นการใช้รังสี ยาฆ่าแมลง การอยู่ในภาวะที่มีฝุ่น ถ่านหิน หรือปัจจัยอื่นๆ

อาหารคือตัวช่วยสำคัญ : เป็นเรื่องค่อนข้างยากที่จะหลีกเลี่ยงการเผชิญกับสารก่อมะเร็งและเคมีในสิ่งแวดล้อม เพราะแม้แต่ออกซิเจนที่เราหายใจเข้าไปก็เป็นสาเหตุในการเกิด oxidative stress (คือการที่เซลล์ถูกทำลายโดยอนุมูลอิสระ เป็นสาเหตุของโรคแห่งความเสื่อมเรื้อรังมากกว่า 70 ชนิด) ดังนั้นกลยุทธ์ที่ดีที่สุดในการรักษามะเร็งด้วยตนเองก็คือการเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระให้แก่ร่างกาย ด้วยอาหาร ผู้เชี่ยวชาญงานวิจัยโรคมะเร็ง ดร.แกลดี้ส์ บล๊อค ได้ทำตามความจริงที่เป็นเหตุเป็นผลนี้ในขณะที่ทบทวนการศึกษากว่า 172 ชิ้นทั่วโลกในเรื่องของอาหารและมะเร็ง ดร.บล๊อค พบว่าผู้ที่บริโภคผักและผลไม้ในระดับที่สูงที่สุด (ทรัพยากรหลักของสารต้านอนุมูลอิสระ) ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งทุกประเภทได้ถึง 2-3 เท่า เปรียบเทียบกับผู้ที่กินผักและผลไม้ในระดับที่ต่ำที่สุด และงานวิจัยของดร.บรู๊ซ เอมส์ นักวิจัยโรคมะเร็งชั้นนำได้กล่าวไว้ในบทสัมภาษณ์ในวารสารสมาคมทางการแพทย์แห่งอเมริกาว่า ผู้ที่บริโภคผักและผลไม้เป็นจำนวนน้อยที่สุดจะมีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งมากกว่าผู้ที่บริโภคผักและผลไม้มากกว่า 2 เท่า ดังนั้นหากต้องการรักษามะเร็งด้วยตนเองระบบป้องกันที่ดีสุดของร่างกายอีกอย่างหนึ่งก็คือการรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ จะไม่มียาประเภทไหนที่หมอจะสามารถสั่งให้คุณกินแล้วส่งผลกับร่างกายดีเท่ากับการกินอาหารที่ดีซึ่งทำให้ร่างกายสามารถปกป้องดูแลตัวเองได้ และอีกวิธีการหนึ่งซึ่งคุณได้ยินมาหลายครั้งแล้วนั่นก็คือ “การเลือกอาหารเสริมที่มีคุณภาพสูง” ดังนั้นก้าวแรกของการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงคือการกินอาหารที่มีไฟเบอร์สูง ไขมันต่ำ และเป็นผักกับผลไม้เสียเป็นส่วนใหญ่

เสริมเกราะป้องกันให้กับร่างกาย : การรักษามะเร็งด้วยตนเองให้หายขาด จำเป็นต้องกำจัดเซลล์มะเร็งแบบถอนรากถอนโคน ซึ่งระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเท่านั้นที่ทำได้ การรักษาโดยวิธีการอื่นๆ อาจทำได้เพียงการกำจัดในส่วนที่มองเห็นได้เท่านั้น แต่จริงๆ แล้วยังมีเซลล์มะเร็งที่หลงเหลืออยู่ในกระแสเลือดและรอเวลากลับมาก่อเกิดเป็นเนื้อร้ายได้ทุกเมื่อ ระบบภูมิคุ้มกันที่สมบูรณ์แข็งแรงจะทำหน้าที่กำจัดสิ่งแปลมปลอมดังกล่าวออกไปจากร่างกายอย่างหมดสิ้นและรวดเร็ว แต่ปัญหาของคนส่วนใหญ่คือระบบภูมิคุ้มกันเสื่อมคุณภาพจากปัจจัยแวดล้อมต่าง ทำงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร ร่างกายจึงมีปัญหา หากระบบภูมิคุ้มกันไม่ดีพอการรักษามะเร็งจะทำได้ยากมากและอาจทำให้ร่างกายทรุดลงอย่างรวดเร็วอีกด้วย อีกวิธีหนึ่งในการรักษามะเร็งด้วยตนเองคือการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธีไม่ว่าจะเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดอย่างการทานอาหาหรืออาหารอาหารเสริมที่ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน , การออกกำลัง , การรักษาอารมณ์ให้สดใสร่าเริงอยู่เสมอ เป็นต้น รายการด้านล่างเกี่ยวข้องกับการใช้อาหารเสริมในผู้ป่วยที่ถูกวินิจฉัยผู้ป่วยที่มีก้อนเนื้อเนื่อก่อนการพัฒนาเป็นเนื้อร้าย อาหารเสริมถือเป็นตัวช่วยที่ดีในการรักษามะเร็งด้วยตนเอง มาดูกันว่าอาหารเสริมช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ดีขึ้นอย่างไรบ้าง

1. การศึกษาในอินเดียได้ใช้วิตามินเอและเบต้า-แคโรทีน นักวิจัยได้สังเกตุการพัฒนาของโรค leukoplakia (ก้อนเนื้อร้าย)กับกลุ่มนี้พบว่า สามารถหน่วงการเกิดโรคได้มากกว่ากลุ่มที่ไม่กินเป็นอัตรา 10 เท่า

2. มีการศึกษานำร่องด้วยการใช้เบต้า – แคโรทีน ซึ่งผลออกมาพบว่าเซลล์ที่เป็นโรค leukoplakia (ก้อนเนื้อร้าย) สามารถกลับคืนเป็นเซลล์ปกติได้ 7%

3. การศึกษาแบบต่อเนื่องในสหรัฐฯ พบว่า ผู้ที่ได้รับเบต้า – แคโรทีน วิตามินซี วิตามินอี ดีขึ้น 60% เซลล์ที่มีโอกาสพัฒนาเป็นเซลล์มะเร็งได้รับการพัฒนาจนกลับเป็นเซลล์ปกติ

4. การศึกษาแบบต่อเนื่องในสหรัฐฯ ผู้ป่วยที่ได้รับแต่เพียงเบต้า – แคโรทีนมีอาการดีขึ้น 60%

5. มีการทดสอบกับหนูแฮมเตอร์ตัวผู้ เรื่องของมะเร็งในช่องปากซึ่งมีการใช้เบต้า – แคโรทีน วิตามินอี กลูต้าไธโอน และ วิตามินซี มีพัฒนาการที่เห็นได้ชัดเจนในแต่ละกลุ่ม โดยกลุ่มที่ได้รับสารต้านอนุมูลอิสระแบบผสมผสานได้ผลดีที่สุด นี่ไม่ใช่เป็นผลลัพธ์จากการใช้สารต้านอนูมูลอิสระในปริมาณมาก แต่เป็นผลลัพธ์จากผลสำเร็จของการที่สารอาหารทำงานร่วมกัน

การรักษาโรคมะเร็งให้ได้ผลดีที่สุด ย่อมต้องอาศัยหลากหลายวิธีประกอบกัน ไม่ใช่พึ่งพาเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง สิ่งสำคัญที่สุดคือสิ่งที่เราทำให้กับร่างกายได้ด้วยตัวเอง การรักษามะเร็งด้วยตนเองไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องสนใจการรักษาขนานอื่น แต่ให้รักษาตัวเองเพียงอย่างเดียว การรักษามะเร็งด้วยตนเองในที่นี้หมายความถึงสิ่งที่เราสามารถทำได้ด้วยตัวเองเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาและการป้องกันการกลับมาเป็นมะเร็งอีกครั้ง