แน่ใจได้อย่างไรว่า”มะเร็ง”จะไม่เกิดขึ้นกับคุณ

จะมั่นใจได้อย่างไร

โรคมะเร็ง คือ อะไร ?

มะเร็ง หรือทางการแพทย์ว่า เนื้องอกร้าย เป็นกลุ่มโรคที่เกี่ยวข้องกับการเจริญของเซลล์ที่ผิดปกติ คือ เซลล์จะแบ่งตัวและเจริญอย่างควบคุมไม่ได้ ก่อเป็นเนื้องอกร้าย และรุกรานร่างกายส่วนข้างเคียง มะเร็งอาจแพร่กระจายไปยังร่างกายส่วนที่อยู่ห่างไกลได้ผ่านระบบน้ำเหลืองหรือกระแสเลือด ไม่ใช่ว่าเนื้องอกทุกชนิดจะเป็นมะเร็ง เพราะเนื้องอกไม่ร้ายไม่ลุกลามอวัยวะข้างเคียงและไม่กระจายไปทั่วร่างกาย มีมะเร็งที่ส่งผลต่อมนุษย์ที่ทราบแล้วกว่า 200 ชนิด

สาเหตุของมะเร็งนั้นมีหลากหลาย ซับซ้อนและเข้าใจเพียงบางส่วนเท่านั้น มีหลายปัจจัยที่ทราบแล้วว่าเพิ่มปัจจัยเสี่ยงมะเร็ง ได้แก่ การสูบบุหรี่ ปัจจัยด้านอาหาร การติดเชื้อบางอย่าง การสัมผัสรังสี การขาดกิจกรรมทางกาย ความอ้วนและมลภาวะสิ่งแวดล้อมปัจจัยเหล่านี้สามารถทำให้ยีนเสียหายโดยตรงหรืออาจประกอบกับความบกพร่องทางพันธุกรรมที่มีอยู่เดิมในเซลล์ก่อให้เกิดการกลายพันธุ์เป็นมะเร็งได้ มะเร็งราว 5–10% สามารถติดตามไปยังความบกพร่องทางพันธุกรรมแต่กำเนิดโดยตรง มะเร็งหลายชนิดสามารถป้องกันได้โดยการไม่สูบบุหรี่ ทานผัก ผลไม้และธัญพืชเต็มเมล็ด (whole grain) มากขึ้น ทานเนื้อและคาร์โบไฮเดรตขัดสี (refined) น้อยลง ควบคุมน้ำหนัก ออกกำลังกาย จำกัดการรับแสงอาทิตย์ และรับวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อบางชนิด

มะเร็งสามารถตรวจพบได้หลายวิธี รวมทั้งการมีอาการและอาการแสดงบางอย่าง การตรวจคัดกรองโรค หรือการสร้างภาพทางการแพทย์ เมื่อตรวจพบว่ามีโอกาสเป็นมะเร็งแล้ว จะมีการวินิจฉัยโดยการตรวจตัวอย่างเนื้อเยื่อด้วยกล้องจุลทรรศน์ โดยปกติ มะเร็งรักษาด้วยเคมีบำบัด รังสีบำบัดและการผ่าตัด โอกาสการรอดชีวิตของโรคมีหลากหลายมากขึ้นอยู่กับชนิดและตำแหน่งของมะเร็งและขอบเขตของโรคเมื่อเริ่มต้นการรักษา มะเร็งสามารถเกิดในบุคคลทุกช่วงอายุ แต่ความเสี่ยงการกลายเป็นมะเร็งนั้นโดยปกติจะเพิ่มขึ้นตามอายุ ยกเว้นมะเร็งน้อยชนิดที่พบมากกว่าในเด็ก ในปี 2550 มะเร็งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของมนุษย์ 13% ทั่วโลก (7.9 ล้านคน) อัตรานี้เพิ่มสูงขึ้นเพราะมีผู้รอดชีวิตถึงวัยชรามากขึ้นและมีการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตครั้งใหญ่ในประเทศกำลังพัฒนา (ที่มา:http://th.wikipedia.org)

VIVA ป้องกันโรคมะเร็งได้อย่างไร ?

เอนไซม์สกัดจากต้นกล้าพืช 20 ชนิด : เอนไซม์จะเข้าไปช่วยเร่งปฏิกิริยาในร่างกายทำให้ร่างกายสามารถย่อยและดูดซึมสารอาหารได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้เซลล์ได้รับสารอาหารอย่างทั่วถึงและเพียงพอ ดังนั้นเซลล์ในร่างกายจึงสมบูรณ์แข็งแรง มีการแบ่งตัวอย่างต่อเนื่อง รวมถึงความสามารถในการต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอม ไม่ให้ถูกรุกรานได้โดยง่าย

“ในค.ศ. 1911 (พ.ศ. 2454) ดร. John Beard ได้รายงานไว้ในวารสารการแพทย์ของประเทศอังกฤษ เรื่องผลสำเร็จของการใช้เอนไซม์รักษาโรคมะเร็งในมนุษย์ อีกประมาณ 80 ปีต่อมาคือ ในค.ศ. 1987 ดร. Gonzalez จากรัฐนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา ได้ทำการรักษาคนไข้ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งโดยใช้เอนไซม์บำบัด ดร. Gonzalez ได้ทำรายงานถึงผลสำเร็จของการรักษา ซึ่งสถาบันมะเร็งแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (National Cancer Institute) ได้เชิญให้เสนอผลงาน ในที่ประชุม ดร. Gonzalez ได้สรุปผลการรักษาคนไข้ผู้หญิงรายหนึ่งซึ่งเป็นมะเร็งเต้านมและมะเร็งได้กระจายไปยังสมองและตับ คนไข้ผู้นี้ได้รับการรักษาโดยใช้เอนไซม์เป็นหลัก ปรากฏว่ามะเร็งหายไป นอกจากนั้น ดร. Gonzalez ยังได้รายงานการรักษาคนไข้อีกหลายรายที่เป็นมะเร็งระยะสุดท้าย และกล่าวด้วยว่าทุกคนอาการดีขึ้น มะเร็งลดความรุนแรงลง หลังการเสนอรายงานครั้งนี้ สถาบันมะเร็งแห่งชาติได้มอบเงินทุนวิจัย 1.4 ล้านเหรียญสหรัฐแก่ ดร. Gonzalez เพื่อศึกษาและค้นคว้าการใช้เอนไซม์รักษาโรคมะเร็งในเชิงวิจัยเปรียบเทียบตามหลักทางสถิติต่อไป :: เรื่องทั้งหมดนี้ ลงในบทความของหนังสือพิมพ์วอชิงตันไทม์ (The Washington Times) ฉบับ วันที่ 8 เมษายน ค.ศ. 2001 (พ.ศ. 2544)”

เบต้ากลูแคน : สารสกัดจากธรรมชาติที่ดีที่สุดเท่าที่มนุษย์ค้นพบ เบต้ากลูแคนคือสารสกัดจากผลังเซลล์ของยีสต์ มีการทดลองมากมายในระดับสากลถึงประสิทธิภาพในการยับยั้งและป้องกันการเกิดโรคมะเร็งได้อย่างดีเยี่ยม เบต้ากลูแคนมีผลโดยตรงต่อระบบภูมิต้านทานของร่างกาย โดยเข้าไปกระตุ้นระบบภูมิต้านทานให้ทำงานได้ดีขึ้น เพิ่มขนาดของเม็ดเลือดขาว ทำให้ความสามารถในการตรวจจับและทำลายสิ่งแปลก ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บทบาทของเบต้ากลูแคนได้จุดกระแสความมีประสิทธิภาพทางยาขึ้นในปี ค.ศ. 1975 (พ.ศ. 2518) โดยนายแพทย์ Peter W Mansell M.D. ได้เขียนผลการศึกษาลงในวารสารของสถาบันมะเร็งแห่งชาติประเทศสหรัฐอเมริกา โดยอธิบายถึงการฉีดเบต้ากลูแคน เข้าไปในก้อนเนื้องอกมะเร็งผิวหนังของคนไข้ 9 ราย พบว่า ขนาดของมะเร็งหดเล็กลงอย่างรวดเร็วภายในเวลา 5 วัน และถ้าเป็นก้อนเล็กๆ จะหายไปอย่างสมบูรณ์”

ธัญพืชต่างๆ : ได้แก่ จมูกข้าว รำข้าวกล้องและงาดำ ซึ่งอุดมไปด้วยเส้นใยอาหาร วิตามิน อี บี1 บี2 บี3 บี5 บี6 บี9 แคลเซียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม โซเดียม ฟอสฟอรัส สังกะสี เหล็ก ไขมันไม่อิ่มตัว สารแกมมาออริซานอล ไฟโตสเตอรอล ฯลฯ การรับประทานธัญพืชไม่ขัดสีอย่างต่อเนื่องทำให้ร่างกายได้รับสารครบถ้วน ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานได้เป็นอย่างดี ช่วยต่อต้านการเกิดอนุมูลอิสระ มะเร็ง เบาหวาน โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดอุดตัน เป็นต้น

โรคร้ายที่คร่าชีวิตผู้คนทั่วโลก แต่น่ายินดีที่ผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ พบว่า หากได้รับสารอาหารที่มีอยู่ในน้ำมันจมูกข้าว เข้มข้นถึง 5 เปอร์เซ็นต์ ของกระแสเลือดในร่างกาย จะช่วยให้รอดพ้นจากการเป็นโรคมะเร็ง แม้ผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งแล้ว ก็ช่วยได้ถึง 62  เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากในน้ำมันจมูกข้าวรำข้าว มีสารอาหารต้านอนุมูลอิสระจำนวนมาก  ว่ากันว่า สารต้านอนุมูลอิสระในน้ำมันจมูกข้าวรำข้าว มีมากกว่าในพืชทุกชนิดเท่าที่มีการค้นพบในเวลานี้