แบ่งปันการรักษามะเร็งด้วยตนเองของคนเกาหลี

468783545

ดิชั้นได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่งซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับการป้องกันการกลับมาอีกครั้งของโรคมะเร็ง โดยเป็นการหาวิธีการรักษามะเร็งด้วยตนเองจากประสบการณ์ที่สังเกตคนใกล้ตัว หลายคนเมื่อรักษามะเร็งจนหายแล้ว พอทิ้งช่วงเวลาผ่านไป โรคมะเร็งก็มาปรากฏตรงส่วนอื่นของร่างกายอีกครั้ง การรักษามะเร็งในรอบแรกว่าลำบากลำบนแล้ว แต่พอมาเจอว่าเป็นโรคมะเร็งอีกครั้งก็ยิ่งท้อใจไปกันใหญ่ พอกำลังใจห่อเหี่ยวการรักษาก็ยิ่งยาก เพราะกำลังใจจากข้างในนั้นสำคัญไม่น้อยที่จะทำให้ผ่านพ้นวิกฤตของร่างกายได้ นี่คือเนื้อหาบางส่วนจากประสบการณ์ของคนเกาหลี​ใต้ที่กลับมาเป็นโรคมะเร็งรอบสอง (ผู้เขียนหนังสือเป็นนายแพทย์ชาวเกาหลีใต้ค่ะ) ในการรักษามะเร็งด้วยตนเองจนผ่านพ้นช่วงเวลาเหล่านั้นได้อย่างมหัศจรรย์


คิมซึงฮวัน นักแสดงผู้พิชิตโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ : คิมซึงฮวันได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะที่ 2  เขารับความจริงข้อนี้ไม่ได้ จึงเข้ารับการผ่าตัดลำไส้ใหญ่บางส่วนออกทันที แล้วต่อด้วยการรักษาเพื่อต้านมะเร็งทันทีตลอดระยะเวลา 3 เดือน น้ำหนักของเขาลดลงทันที 20 กิโลกรัม เขาจึงจำเป็นต้องหยุดงานแสดงไป เนื่องจากเขาเป็นคนที่มีสุขภาพแข็งแรงมาโดยตลอด การหาสาเหตุของโรคมะเร็งจึงไม่ยาก น่าจะมาจากอาชีพนักแสดงทำให้เวลาทำงานไม่แน่นอน เขามักจะดื่มเหล้าและกินเนื้อย่างที่จัดเลี้ยงที่กองถ่ายอยู่เสมอ ประกอบกับความเครียดที่ได้รับบทบาทที่ยากเกินไป ตอนนี้เขาจึงต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองจากหน้ามือเป็นหลังมือ วิธีการรักษามะเร็งด้วยตนเองของเขาเริ่มที่อาหาร เขาจะดื่มน้ำหนึ่งแก้วแล้วตามด้วยแอ๊ปเปิ้ล ทั้งยังกินอาหารเช้าอย่างสม่ำเสมอ จากที่เมื่อก่อนแทบไม่เคยกินเลย เขาเพิ่มนมผสมผงผลไม้และโสมแดงเข้าไปในเมนูอาหารด้วย ไม่เพียงเท่านั้น เขายังกินกระเทียมและหอมหัวใหญ่ทุกวัน และไม่เคยห่างจากอาหารบำรุงลำไส้ใหญ่ เช่น ปลาทูน่า ถั่วลิสง และหอยนางรมเลย เขาออกกำลังกายแบบแอโรบิกเป็นประจำ ปั่นจักรยาน หรือเดินเร็ว เป็นต้น หลังจากผ่านการรักษามะเร็งด้วยตนเอง ตอนนี้คิมซึงฮวันไม่กลัวโรคมะเร็งอีกแล้ว เขามักจะบอกทุคนว่าอย่ามั่นใจในสุขภาพตัวเองมากเกินไป ควรควบคุมตัวเองให้เป็นนิสัย และขอร้องทุกคนอย่างจริงจังว่า “อย่ากินเนื้อใหม้เด็ดขาด”


คังชินอิล ผู้เอาชนะมะเร็งตับด้วยการเดินเขา :  ตับของคังชินอิลไม่ดีมาตั้งแต่เกิด จนเมื่อเข้าสู่วัย 40 ปี จึงตรวจพบว่าตนเองเป็นโรคมะเร็งตับ ถึงแม้ตับจะไม่แข็งแรงมาตั้งแต่เกิดแต่การจะให้ยอมรับว่าตัวเองเป็นมะเร็งตับนั้นก็ยากมาเลยทีเดียว เขาเริ่มต้นจากการเปลี่ยนแปลงชีวิตประจำวันของตัวเองใหม่ทั้งหมด เขาเข้ารับการผ่าตัดแต่หมอเจ้าของไข้กลับบอกว่า “การแบ่งโรคมะเร็งตับเป็นระยะแรกกับระยะสุดท้ายไม่ค่อยมีความหมายเท่าไหร่ ถึงจะผ่าตัดอวัยวะออกมาแล้ว ก็ยังอันตรายอยู่ดี ดังนั้นก็ยังยืนยันไม่ได้ว่าหายขาด และโรคมะเร็งอาจจะกลับมาอีกเมื่อไหร่ก็ได้” คังชินอิลจึงคิดหาวิธีการรักษามะเร็งด้วยตนเองด้วยการออกเดินทางจากกรุงโซลออกไปนอกเมืองด้วยความตั้งใจว่าจะหายจากโรคให้เร็วที่สุด แม้คนรอบตัวจะห้ามปราม แต่เขาก็ตัดสินใจเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับร่างกายด้วยการเดินขึ้นเขาสูงชันกว่า 800 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลทุกวัน แม้การเดินเขาครั้งหนึ่งจะใช้เวลากว่า 5 ชั่วโมง เขาก็ยังเดินขึ้นเขาทุกวันไม่มีวันหยุด และอีกสิ่งที่ช่วยให้การรักษามะเร็งด้วยตนเองของเขาดีขึ้นคือความคิดเชิงบวกที่คอยบอกตัวเองว่า “แค่มะเร็งเท่านั้นเอง ฉันเอาชนะได้อยู่แล้ว” แม้บางวันเขาจะเจ็บปวด แต่เขาก็คิดว่า “แค่ไม่สบายตัวเดี๋ยวเดียว” จนร่างกายของเขากลับมาแข็งแรงเหมือนคนหนุ่มและเริ่มรู้สึกถึงพลังของการออกกำลังกาย ปัจจุบันเขายังคงออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องไม่ว่าเป็นการวิ่งเหยาะๆ และซิตอัพ เป็นต้น เขาเลิกเหล้าและบุหรี่อย่างถาวร ทั้งยังกินอาหารเพื่อสุขภาพด้วย เขาดื่มชาข้าวบาร์เลย์และน้ำอุ่นเสมอ กินอาหารมังสวิรัติ เขาทำให้หมอเจ้าของไข้ตกใจกับร่างกายที่ฟื้นตัวเร็วของเขา แม้ตอนนี้จะยังไม่ได้รับการวินิจฉัยว่าหายขาด แต่การเปลี่ยนแปลงตัวเองทำให้เขาเอาชนะโรคมะเร็งได้ ปัจจุบันเขาใช้ชีวิตตามปกติทำงานอย่างต่อเนื่อง


คิมมินเกียว นักร้องผู้เอาชนะมะเร็งกระเพาะอาหาร : คิมมินเกียวเป็นนักเสดงอีกคนหนึ่งที่เคยพิชิตโรคมะเร็งโดยต่อสู้กับโรคด้วยความตั้งมั่น และกลับมาโด่งดังได้อีกครั้ง โรคมะเร็งกระเพาะอาหารมักจะมากับอาการปวดท้องเฉียบพลัน วันหนึ่งเมื่อปลายปี 2005 คิมมินเกียวรู้สึกปวดท้องอย่างรุนแรงจนทนไม่ไหว เขาจึงไปโรงพยาบาลและได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร เค้าได้เข้ารับการผ่าตัดทันที เป็นการผ่านตัดใหญ่ที่ใช้เวลาถึง 4 ชัาวโมง และต้องตัดกระเพาะอาหารออกไปถึง 70 เปอร์เซ็นต์! ผลการผ่าตัดออกมาดีแต่มีปัญหาเรื่องการควบคุมปริมาณอาหารและร่างกายที่อ่อนแรง ถึงตอนนี้เขาขึงคิดว่านอกจากวิธีของหมอแล้วการรักษามะเร็งด้วยตนเองน่าจะช่วยได้อีกทาง ซึ่งเขาคิดว่าการออกกำลังกายคือหนทางเดียวที่เขาจะกลับมาแข็งแรงได้อีกครั้งเขาจังมีวินัยกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอโดยการว่ายน้ำและจ้อกกิ้ง นอกจากนี้การรักษามะเร็งด้วยตนเองให้ได้ผลเขายังใช้วิธีหายใจโดยได้เรียนรู้จากรุ่นพี่ที่สนิท ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญการกำหนดลมหายใจแบบชองชุงเพื่อฟื้นฟูจังหวะการใช้ชีวิต การกำหนดลมหายใจแบบชองชุงเป็นวิธีหายใจที่เป็นหลักทางวิศวกรรมร่างกายและวิทยาการสมอง ให้เข้ากับการใช้ชีวิตของคนยุดปัจจุบัน ปรับกระดูกสันหลังและกระดูกก้นกบให้ตรง จึงช่วยลดความเครียดและทำให้สบายทั้งกายและใจ และผลลัพธ์ในการรักษามะเร็งด้วยตนเอง ทำให้ปัจจุบันคิมมินเกียวยังออกกำลังกายเป็นประจำ และดูแลเรื่องอาหารเป็นอย่างดี ทำให้สุขภาพดีกว่าก่อนผ่าตัดเสียอีก

ถึงแม้ในปัจจุบันวิทยาการทางการแพทย์จะก้าวหน้ามากเพียงใด แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญที่สุดในการเอาชนะโรคมะเร็งก็คือการรักษามะเร็งด้วยตนเอง ด้วยวิถีทางอื่นๆ เพื่อช่วยส่งเสริมให้การรักษาของแพทย์นั้นสมบูรณืยิ่งขึ้น เพราะตามธรรมชาติร่างกายของเราสามารถรักษาตัวเองได้อยู่แล้ว เพียงแต่เราต้องการพลังงานใจจากข้อางในนำออกมากระตุ้นภูมิคุ้มกันและระบบต่างๆ ในร่างกายให้ทำหน้าที่อย่างที่ควรจะเป็น จากเรื่องราวทั้งหมดข้างต้นจะเห็นได้ว่าพลังใจและความคิดในแง่บวกนั้นสำคัญมากทีเดียว และผู้ป่วยก็ไม่ได้มองหากำลังใจจากที่อื่นใดแต่เกิดขึ้นภายในจิตใจของตนเอง ด้วยพลังที่ตั้งม่ันว่าต้องการหายจากโรคให้ได้ จึงขอเป็นกำลังใจแก่ผู้ป่วยมะเร็งทุกท่านว่าให้มีกำลังใจและมองหาหนทางที่ดีที่สุดในการรักษามะเร็งด้วยตนเองจนหายขาดได้ในที่สุดค่ะ