4 เหตุผลสำคัญที่เราจำเป็นต้องกินเอนไซม์เสริม

97578717

1. ร่างกายผลิตเอนไซม์ได้น้อยลงเมื่อายุมากขึ้น : การวัดหาจำนวนเอนไซม์ในตับอ่อนที่โรงพยาบาล Michael Reese ในรัฐชิคาโก สหรัฐอเมริกา พบว่าคนที่อายุมากขึ้น ตับอ่อนจะผลิตเอนไซม์ได้น้อยลงเมื่อเทียบก่อนคนที่อายุน้อยกว่า

2. การหุงต้ม การเตรียมอาหาร และการเก็บอาหารเป็นต้นเหตุที่ทำลายเอนไซม์ที่มีอยู่ในอาหาร : ความร้อนที่สูงเกิน 118 องศาฟาเรนไฮน์สามารถทำลายเอนไซม์จากอาหารได้ทั้งหมด เมื่ออาหารไม่มีเอนไซม์เหลืออยู่ ร่างกายต้องผลิตเอนไซม์ออกมาใช้เองซึ่งเป็นการสิ้นเปลือง

3. การทำงานหนัก การออกกำลังกายมากเกินไปทำให้สูญเสียเอนไซม์ จนถึงงระดับขาดแคลนได้ : การออกกำลังกาย การแข่งขันกีฬา หรือการทำงานหนัก จะทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น เป็นการเร่งเอนไซม์ให้ทำปฏิกิริยาเคมี เกิดความหมดเปลืองสูง จึงทำให้เอนไซม์ที่เคยสะสมไว้ใช้ขาดแคลนเรื้อรัง ต้องหามาเสริม

4. โลกมนุษย์ในยุคที่มีการใช้สารเคมีอย่างฟุ่มเฟือย ทำให้เอนไซม์ในอาหารและเอนไซม์ในร่างกายมนุษย์ลดลง : การปฏิวัติทางเกษตรกรรมและเร่งผลผลิตทำให้ต้องใช้ปุ๋ยวิทยาศาสตร์ ยาฆ่าแมลง ยาฆ่าหญ้า ฯลฯ มนุษย์ได้รับสารเคมีเหล่านั้นโดยตรงหรือปนเปื้อนผ่านมาทางวงจรอาหาร สารเคมีเหล่านี้ทำให้เอนไซม์ในอาหารและในตัวคนเสื่อมสภาพ เกิดการขาดแคลดเอนไซม์ขึ้น

เราสามารถเพิ่มเอนไซม์ให้กับร่างกายได้อย่างไรบ้าง?

การเพิ่มเอนไซม์นั้นไม่สามารถกระตุ้นจากระบบอวัยวะภายใน แต่ต้องได้มาจากการรับประทานเอนไซม์เสริมจากภายนอก หรือทานเป็นอาหารเสริมนั่นเอง เอนไซม์เสริมมีที่มาจาก 2 แห่ง คืือ ผลิตจากพืช (Plant Enzyme) และผลิตจากสัตว์ (Animal Enzyme) แต่เอนไซม์ที่จัดจำหน่ายส่วนใหญ่จะมาจากพืช เพราะเอนไซม์ที่ผลิตจากพืช มีความสามารถทนต่อความเป็นกรดหรือด่างอย่างแรง คือจะไม่ถูกทำลายหรือเสื่อมประสิทธิภาพ

จึงกล่าวได้ว่าเอนไซม์จากพืชสามารถทำงานได้ทุกสถานการณ์ของความเป็นกรดด่างตลอดทางเดินอาหารของมนุษย์ นับตั้งแต่กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่ แต่เอนไซม์จากสัตว์จะสามารถทำงานได้ในช่วง pH ที่เป็นเป็นกรดเท่านั้น