VIVA คุณสมบัติในการบำบัดมะเร็ง

DSC_0213

เอนไซม์สกัดจากต้นกล้าพืช 20 ชนิด : เอนไซม์จะเข้าไปช่วยเร่งปฏิกิริยาในร่างกายทำให้ร่างกายสามารถย่อยและดูดซึมสารอาหารได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้เซลล์ได้รับสารอาหารอย่างทั่วถึงและเพียงพอ ดังนั้นเซลล์ในร่างกายจึงสมบูรณ์แข็งแรง มีการแบ่งตัวอย่างต่อเนื่อง รวมถึงความสามารถในการต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอม ไม่ให้ถูกรุกรานได้โดยง่าย

“ในค.ศ. 1911 (พ.ศ. 2454) ดร. John Beard ได้รายงานไว้ในวารสารการแพทย์ของประเทศอังกฤษ เรื่องผลสำเร็จของการใช้เอนไซม์รักษาโรคมะเร็งในมนุษย์ อีกประมาณ 80 ปีต่อมาคือ ในค.ศ. 1987 ดร. Gonzalez จากรัฐนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา ได้ทำการรักษาคนไข้ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งโดยใช้เอนไซม์บำบัด ดร. Gonzalez ได้ทำรายงานถึงผลสำเร็จของการรักษา ซึ่งสถาบันมะเร็งแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (National Cancer Institute) ได้เชิญให้เสนอผลงาน ในที่ประชุม ดร. Gonzalez ได้สรุปผลการรักษาคนไข้ผู้หญิงรายหนึ่งซึ่งเป็นมะเร็งเต้านมและมะเร็งได้กระจายไปยังสมองและตับ คนไข้ผู้นี้ได้รับการรักษาโดยใช้เอนไซม์เป็นหลัก ปรากฏว่ามะเร็งหายไป นอกจากนั้น ดร. Gonzalez ยังได้รายงานการรักษาคนไข้อีกหลายรายที่เป็นมะเร็งระยะสุดท้าย และกล่าวด้วยว่าทุกคนอาการดีขึ้น มะเร็งลดความรุนแรงลง หลังการเสนอรายงานครั้งนี้ สถาบันมะเร็งแห่งชาติได้มอบเงินทุนวิจัย 1.4 ล้านเหรียญสหรัฐแก่ ดร. Gonzalez เพื่อศึกษาและค้นคว้าการใช้เอนไซม์รักษาโรคมะเร็งในเชิงวิจัยเปรียบเทียบตามหลักทางสถิติต่อไป :: เรื่องทั้งหมดนี้ ลงในบทความของหนังสือพิมพ์วอชิงตันไทม์ (The Washington Times) ฉบับ วันที่ 8 เมษายน ค.ศ. 2001 (พ.ศ. 2544)”

เบต้ากลูแคน : สารสกัดจากธรรมชาติที่ดีที่สุดเท่าที่มนุษย์ค้นพบ เบต้ากลูแคนคือสารสกัดจากผลังเซลล์ของยีสต์ มีการทดลองมากมายในระดับสากลถึงประสิทธิภาพในการยับยั้งและป้องกันการเกิดโรคมะเร็งได้อย่างดีเยี่ยม เบต้ากลูแคนมีผลโดยตรงต่อระบบภูมิต้านทานของร่างกาย โดยเข้าไปกระตุ้นระบบภูมิต้านทานให้ทำงานได้ดีขึ้น เพิ่มขนาดของเม็ดเลือดขาว ทำให้ความสามารถในการตรวจจับและทำลายสิ่งแปลก ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บทบาทของเบต้ากลูแคนได้จุดกระแสความมีประสิทธิภาพทางยาขึ้นในปี ค.ศ. 1975 (พ.ศ. 2518) โดยนายแพทย์ Peter W Mansell M.D. ได้เขียนผลการศึกษาลงในวารสารของสถาบันมะเร็งแห่งชาติประเทศสหรัฐอเมริกา โดยอธิบายถึงการฉีดเบต้ากลูแคน เข้าไปในก้อนเนื้องอกมะเร็งผิวหนังของคนไข้ 9 ราย พบว่า ขนาดของมะเร็งหดเล็กลงอย่างรวดเร็วภายในเวลา 5 วัน และถ้าเป็นก้อนเล็กๆ จะหายไปอย่างสมบูรณ์”

ธัญพืชต่างๆ : ได้แก่ จมูกข้าว รำข้าวกล้องและงาดำ ซึ่งอุดมไปด้วยเส้นใยอาหาร วิตามิน อี บี1 บี2 บี3 บี5 บี6 บี9 แคลเซียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม โซเดียม ฟอสฟอรัส สังกะสี เหล็ก ไขมันไม่อิ่มตัว สารแกมมาออริซานอล ไฟโตสเตอรอล ฯลฯ การรับประทานธัญพืชไม่ขัดสีอย่างต่อเนื่องทำให้ร่างกายได้รับสารครบถ้วน ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานได้เป็นอย่างดี ช่วยต่อต้านการเกิดอนุมูลอิสระ มะเร็ง เบาหวาน โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดอุดตัน เป็นต้น

โรคร้ายที่คร่าชีวิตผู้คนทั่วโลก แต่น่ายินดีที่ผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ พบว่า หากได้รับสารอาหารที่มีอยู่ในน้ำมันจมูกข้าว เข้มข้นถึง 5 เปอร์เซ็นต์ ของกระแสเลือดในร่างกาย จะช่วยให้รอดพ้นจากการเป็นโรคมะเร็ง แม้ผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งแล้ว ก็ช่วยได้ถึง 62  เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากในน้ำมันจมูกข้าวรำข้าว มีสารอาหารต้านอนุมูลอิสระจำนวนมาก  ว่ากันว่า สารต้านอนุมูลอิสระในน้ำมันจมูกข้าวรำข้าว มีมากกว่าในพืชทุกชนิดเท่าที่มีการค้นพบในเวลานี้