viva enzyme

ชื่อ : VIVA  วีว่า(เป็นภาษาอังกฤษ แปลว่า ขอให้มีอายุยืนยาว)

เลขที่อ.ย. : 71-1-44242-1-0125

บรรจุ : 100 แคปซูล

ส่วนประกอบ :

เอนไซม์สกัดจากต้นกล้าพืช 20 ชนิด

เบต้ากลูแคน

สาหร่ายสไปรูลิน่า

รำข้าวกล้อง

จมูกข้าว

งาดำ

วีว่าทำงานอย่างไร?

ย่อยสลายเยื่อมหุ้มเซลล์มะเร็ง

1. เซลล์มะเร็งจะไวต่อเอนไซม์โปรตีเอสมากกว่าเซลล์ปกติ โปรตีเอสจะไม่ย่อยสิ่งมีชีวิตที่ปกติ หรือ ที่มีความสมดุล (Homeostesis) เพราะธรรมชาติสร้างตัวห้ามไว้

2. เอนไซม์โปรตีเอสจะย่อยและทำลายเปลือกหุ้มเซลล์มะเร็งซึ่งเป็นโปรตีนทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายถ้ายังเข้มแข็งสามารถเข้าถึงและกำจัดเซลล์มะเร็งได้

3. การที่เปลือกหุ้มเซลล์มะเร็งถูกทำลายจนเสื่อมคุณภาพทำให้เซลล์มะเร็งลดความสามารถที่จะกระจายออกไป ไม่อาจลามไปเกาะติดกับอวัยวะอื่นๆ ที่ยังดอยู่ เพราะผิวมะเร็งเสื่อมความสามารถ การกระจายของมะเร็งจึงอาจชะลอลงได้

ใช้ร่วมกับการรักษาของแพทย์

การรักษาโรคมะเร็งไม่ว่าจะเป็นวิธีการผ่าตัด เคมีบำบัด หรือรังสีบำบัด นอกจากจะทำลายเซลล์มะเร็งแล้ว ยังทำลายเซลล์ปกติและภูมิคุ้มกันอีกด้วย เป็นผลให้ร่างกายอ่อนแอลง เกิดภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ รวมถึงการแพร่กระจายของมะเร็งไปยังส่วนอื่นๆ ก็เกิดขึ้นได้สูง เอนไซม์จะทำหน้าที่ปกป้องเซลล์ดีไม่ให้ถูกทำลายจากกระบวนการรักษาดังกล่าว เพราะเอนไซม์มีหน้าที่สร้างเกราะป้องกันให้แก่เซลล์ปกตินั่นเอง จึงช่วยลดผลกระทบจากการรักษาได้ดี

ช่วยให้ผู้ป่วยไม่ขาดสารอาหาร

ปัญหาใหญ่ที่ผู้ป่วยส่วนใหญ่ต้องเผชิญคือ ภาวะทานอาหารไม่ค่อยได้ ทานได้น้อยมาก จนร่างกายได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ในขณะที่ร่างกายนั้นกำลังต้องการสารอาหารปริมาณที่เพียงพอเพื่อนำมาใช้ในการฟื้นฟูร่างกายที่กำลังป่วย เมื่อเป็นแบบนี้การฟื้นฟูก็จะยิ่งช้า ร่างกายจะทรุดลงเรื่อยๆ

ดังนั้น VIVA จึงต้องผสมผสานทั้งเอนไซม์และธัญพืชต่างๆ เข้าไปด้วย (จมูกข้าว งาดำ รำข้าวกล้อง) เพราะธัญพืชเหล่านี้คือสุดยอดแหล่งคุณค่าสารอาหารที่จะช่วยร่างกายได้ดีที่สุดในยามคับขัน โดยมีเอนไซม์จากพืช 20 ชนิด เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาการดูดซึมเข้าสู่เซลล์ ผลลัพธ์คือ เซลล์ทุกเซลล์ได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอ การฟื้นตัวของผู้ป่วยจึงเร็วขึ้น

การสังเกตุที่ชัดเจนมากคือ ผู้ป่วยจะรู้สึกสดชื่น กระชุ่มกระชวย ทานอาหารได้มากขึ้น ตั้งแต่วันแรกที่รับประทาน (ตามปริมาณที่แนะนำนะคะ^^)

ถ้าร่างกายขาดเอนไซม์หรือเอนไซม์มีระดับต่ำมากเกินไป ทำให้อาหารย่อยไม่สมบูรณ์ เกิดสารพิษซึมเข้ากระแสโลฆิตมากจนตับกำจัดไม่ได้หมดและกลายเป็นสิ่งแปลกปลอมในกระแสโลหิต ก่อให้เกิดอาการแพ้ขึ้น ดร. Wiliam Lintz ได้รักษาโรคภูมิแพ้ในคนไข้รวม 472 คน ดร. Lintz รักษาโดยวิธีใช้เอนไซม์เสริมให้คนไข้กิน

เอนไซม์จะย่อยอาหารทำให้เกิดการย่อยที่สมบูรณ์ ร่างกายก็จะได้รับสารอาหารที่ดี และเอนไซม์ที่ซึมเข้ากระแสเลือดก็จะทำหน้าที่ย่อยสารพิษและสารอาหารที่มีขนาดใหญ่กว่าปกติ อันเป็นตัวก่อให้เกิดการแพ้ และกำจัดออกไปจากร่างกายในที่สุด อาการแพ้ต่างๆ จึงหายไป โรคภูมิแพ้ที่ใช้เอนไซม์บำบัดได้ผลค่อนข้างดีเช่น โรคหืด ไข้ละอองฟาง ผิวหนังพุพอง ปวดศีรษะ อาเจียน บวม ลำไส้ใหญ่อักเสบ (จาก The Review of Gastroenterology 1939)

เร่งการดูดซึมสารอาหารเข้าสู่เซลล์

เซลล์ทุกเซลล์ต้องการสารอาหาร>>เราจึงต้องกินอาหาร……
เอนไซม์คือโปรตีนชนิดหนึ่งที่มีหน้าที่เร่งการดูดซึมสารอาหารเข้าสู่เซลล์ ร่างกายมีเอนไซม์ตามธรรมชาติและลดลงเรื่อยๆ ตามอายุที่เพิ่มขึ้น

ทำให้เซลล์ได้รับสารอาหารน้อยลงและเสื่อมไปเรื่อยๆ ตามระยะเวลาที่ผ่านไป โรคภัยต่างๆ เริ่มปรากฏขึ้นเพราะเซลล์อ่อนแอ ไม่สามารถปกป้องฟื้นฟูตัวเองได้เท่าที่ควร

เอนไซม์เสริมจากพืชจะช่วยให้การดูดซึมสารอาหารเข้าสู่เซลล์มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จึงช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ ทำให้เซลล์แข็งแรงอยู่ได้นานยิ่งขึ้น มีความสามารถในการป้องกันตัวเองให้ห่างจากโรคภัยไข้เจ็บ ร่างกายจึงแข็งแรงสมบูรณ์ได้นานยิ่งขึ้น

เอนไซม์ช่วยป้องกันไม่ให้ผิวเหี่ยวย่น 

เอนไซม์จะช่วยให้ระบบไหลเวียนของโลหิตที่ไปผิวหนังดีขึ้น สาเหตุเนื่องมาจากเอนไซม์ไลเปสย่อยไขมัน จึงทำให้โคเลสเตอรอลในเลือดต่ำลง ไม่เกิดการตีบตันหรืออุดตันในหลอดเลือด เลือดไปผิวหนังพอเพียง ทำให้เซลล์ของผิวหนังได้รับสารอาหารครบถ้วน และขณะเดียวกันสารพิษก็ถูกนำออกจากเซลล์ผิวหนังเพื่อเอาไปขับถ่ายออกจากร่างกาย สารพิษและของเสียซึ่งเกิดขึ้นภายในเซลล์เมื่อถูกกำจัดออกไป ก็จะทำให้เซลล์มีสุขภาพดี สดใส ผิวหนังดูเปร่งปรั่ง ไม่เหี่ยวย่นอย่างผิวคนแก่
จนกล่าวได้ว่าเอนไซม์ช่วยทำให้ผิวสวย บางท่านคิดว่าอายุมากขึ้นผิวหนังก็ต้องแก่ตามวัย ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งเป็นความคิดที่ผิด เพราะผิวหนังควรจะเต่งตึงอยู่ได้เนื่องจากเซลล์ของผิวหนังควรแบ่งตัวได้อย่างต่อเนื่อง มากกว่า 200 ครั้ง ตลอดชั่วชีวิต คือ 120 ปี การที่ผิวพรรณหิวย่นหรือไม่สดใสนั้นเป็นเพราะเราปล่อยตัวเกินไปต่างหาก

เอนไซม์กับระบบไหลเวียนของโลหิต

เนื่องจากเอนไซม์จำเป็นต่อทุกหน้าที่ของอวัยวะทุกชนิดและทุกปฏิกิริยาเคมีในร่างกาย ระบบไหลเวียนโลหิตที่ผิดปกติก็จะดีขึ้นเมื่อใช้เอนไซม์ซึ่งดร. Max Wolf ชาวเยอรมันอาจารย์มหาวิทยาลัยฟอร์ดแฮม (Fordham University) ได้รายงานผลการทดลองใช้เอนไซม์กับคนไข้ 347 คนที่เจ็บป่วยเกี่ยวกับระบบไหลเวียนของโลหิตพบว่าร้อยละ 87 ของผู้ป่วยที่มีอาการผิดปกติหายสนิทหรือดีขึ้นมากภายหลังกินเอนไซม์เสริม
ดร. Wolf และดร. Karl Ransberger ยังได้ทดลองใช้เอนไซม์รักษาคนไข้ที่เป็นโรคมะเร็ง โรคจากการติดเชื่อไวรัส และโรคแห่งความเสื่อมของระบบประสาท (Multiple Sclerosis) รายงานไว้ว่าได้ผลดี , ดร. H. Dench อาจารย์ชาวออสเตรีย ได้ใช้เอนไซม์รักษาคนไข้ที่มีเลือดจับเป็นก้อนพบว่า ร้อยละ 93 ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ดร Karl Maehder นักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมันรายงานผลการรักษาคนไข้ 216 คนที่เป็นโรคเส้นโลหิตดำขอด อักเสบ และบวม โดยให้คนไข้กินเอนไซม์
ผลการศึกษาพบว่า คนไข้ถึงร้อยละ 94 ที่หายสนิทและดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ , บทความในหนังสือ USA weekend (2 ตุลาคม 1998) ซึ่งมีนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Harvard ได้พูดถึงเรื่องสาเหตุที่เอนไซม์สามารถป้องกันการผิดปกติของระบบไหลเวียนโลหิตได้ ก็พราะมีเอนไซม์ชนิดหนึ่งเมื่อทำงานร่วมกับ วิตามิน บี6 บี12 และกรดโฟลิค สามารถทำลายสารเคมี ชื่อ โฮโมซิสทีน ซึ่งสารนี้อันตรายมาก เป็นตัวที่ทำให้หลอดเลือดแดงพิการ แข็งตัวจากการอักเสบจน เป็นอุปสรรคต่อการไหลเวียนของโลหิต ทำให้เกิดโรคหัวใจและโรคลมปัจจุบันตามมาได้

การตอบรับจากลูกค้าของเรา

รีวิวมะเร็งเต้านม

รีวิวภูมิแพ้

รีวิวสุขภาพดีขึ้น

รีวิวร่างกายอ่อนเพลีย

รีวิวระบบย่อย

รีวิวมะเร็งปากมดลูก

รีวิวภูมิแพ้

รีวิวภูมิแพ้

รีวิวภูมิแพ้ผิวหนัง

รีวิวภูมิแพ้ผิวหนัง

รีวิวมะเร็งปอด

รีวิวมะเร็งปอด

รีวิวมะเร็งปากมดลูกทานคู่คีโม

รีวิวกระเพาะ+กรดไหลย้อน

รีวิวภูมิแพ้

รีวิวมะเร็งทานคู่คีโม

รีวิวภูมิแพ้

รีวิวมะเร็ง

รีวิวหนองที่คอ(เด็ก)

รีวิวร่างกายอ่อนเพลีย

รีวิวเบาหวานความดัน

รีวิวเบาหวาน

รีวิวภูมิแพ้

รีวิวมะเร็งช่องปาก

รีวิวมะเร็ง+SLE

รีวิวภูมิแพ้

รีวิวมะเร็ง+ภูมิแพ้

รีวิวภูมิแพ้

รีวิวมะเร็งเต้านม

รีวิวมะเร็งระยะที่ 1

รีวิวภูมิแพ้

รีวิวมะเร็งระยะที่ 1

สิ่งที่ร่างกายคุณจะได้รับในทุกๆ 1 แคปซูล
เอนไซม์สกัดจากต้นกล้าพืช 20 ชนิด

ได้แก่ ต้นอ่อนข้าวสาลี วาซาบิ ขึ้นช่าย ต้นหอม ฯลฯ จากแปลงเพาะปลูกเองแบบออแกนิค ปลอดสารเคมี 100% การนำต้นอ่อนของพืชที่มีอายุ 1-7 วันซึ่งเป็นช่วงที่พืชเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางพฤษเคมี นำมาสกัดอย่างพิถีพิถันเพื่อให้ได้มาซึ่งเอนไซม์สกัดจากพืชที่ที่สุด

  • มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก ช่วยกำจัดสิ่งแปลกปลอมในกระแสเลือด
  • ย่อยสลายเยื่อหุ้มเซลล์มะเร็งทำให้การรักษามะเร็งมีประสิทธิภาพ
  • เร่งปฏิกริยาการดูดซึมสารสารอาหารและการเผาผลาญพลังงานของเซลล์
  • ช่วยให้เซลล์แข็งแรง แบ่งตัวได้ต่อเนื่อง ชะลอวัย ป้องกันริ้วรอยแห่งวัย
เบต้ากลูแคน

มีคำกล่าวจากนักวิชาการว่า เบต้ากลูแคน เป็นสารที่สามารถเพิ่มภูมิต้านทานให้แก่ร่างกาย ซึ่งมีสมรรถภาพสูงสุดเท่าที่วงการวิทยาศาสตร์รู้จัก และต่อไปจะกลายเป็นสารจากธรรมชาติที่มีคุณสมบัติเป็นยาซึ่งถือว่าดีที่สุดในโลก เพื่อไว้ต้อสู้กับโรคมะเร็งและเชื้อไรคดื้อยาในอนาคต ศ.ดร.นพ.สมศักดิ์ วรคามิน

  • กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย มีส่วนช่วยในการกำจัดเซลล์มะเร็ง
  • ช่วยเพิ่มขนาดและปริมาณของเม็ดเลือดขาว
  • ช่วยให้ร่างกายสามารถฟื้นฟูและซ่อมแซมตัวเองได้เร็วขึ้น
  • กำจัดและเข้าจู่โจมสิ่งแปลกปลอมได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว
สไปรูลิน่า

ในที่ประชุมอาหารโลกสหประชาชาติใน พ.ศ. 2517 ได้สนับสนุนสไปรูไลนาว่าเป็น “อาหารที่ดีที่สุดสำหรับอนาคต” โดยตระหนักถึงศักยะภายในของสไปรูไลนาในวาระพัฒนาอย่างยั่งยืน , ทั้งนาซาและองค์การอวกาศยุโรป เสนอให้สไปรูไลนาเป็นหนึ่งในอาหารหลักที่จะเพาะระหว่างภารกิจอวกาศระยะยาวhttp://th.wikipedia.org

  • อุดมไปด้วยโปรตีนคุณภาพสูงย่อยและดูดซึมได้ง่าย
  • ช่วยลดผลกระทบจากการทำเคมีบำบัด
  • มีสารต้านอนุมูลอิสระคุณภาพสูง ช่วยปกป้องเซลล์ได้ดีมาก
  • ช่วยลดการอักเสบต่างๆ ในร่างกาย
จมูกข้าว

“อุดมไปด้วยวิตามินอี ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ทำงานได้ดีในนำ้มัน”

  • มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งและลดความเสื่อมของร่างกาย
  • ลดคอเลสเตอรอลในกระเลือดกำจัดไขมันร้ายในร่างกาย ดีต่อระบบหัวใจ
  • มีวิตามัน E สูงช่วยรักษาระดับฮอร์โมน ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันในร่างกาย
  • สารแกมมาออริซานอล (Gamma oryzanol )ช่วยเพิ่มไขมันดีให้แก่ร่างกาย
รำข้าวกล้อง

“เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ(anti-oxidants) ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าวิตามินอีถึง 6 เท่า และมีความเสถียรที่สุดเมื่อเทียบกับ วิตามิน C และ E”

  • มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งและลดความเสื่อมของร่างกาย
  • ลดคอเลสเตอรอลในกระเลือดกำจัดไขมันร้ายในร่างกาย ดีต่อระบบหัวใจ
  • มีวิตามัน E สูงช่วยรักษาระดับฮอร์โมน ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันในร่างกาย
  • สารแกมมาออริซานอล (Gamma oryzanol )ช่วยเพิ่มไขมันดีให้แก่ร่างกาย
งาดำ

ราชินีแห่งพืชน้ำมัน ราชันแห่งธัญพืชอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุ อย่างวิตามินบี1 บี2 บี3 บี5 บี6 บี9 แคลเซียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม โซเดียม ฟอสฟอรัส สังกะสี เหล็ก เป็นต้น โดยสามารถช่วยบำรุงร่างกายเกือบทุกส่วนและทุกวัย

  • งาดำ มีความสำคัญอย่างมากต่อความสมบูรณ์ของร่างกาย ช่วยชะลอความแก่ คงความอ่อนเยาว์
  • ช่วยซ่อมแซมและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับผิวหนัง
  • มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่มีส่วนช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง
  • ช่วยบำรุงระบบประสาทและสมอง ป้องกันการเสื่อมของเซลล์ในระบบประสาท
  • งาดำมีธาตุเหล็กซึ่งช่วยบำรุงโลหิต